ภาวะแพ้น้ำลายหมัด

ภาวะแพ้น้ำลายหมัด

ในช่วงชีวิตสั้นๆของมันบนโลก สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก สีน้ำตาล และไร้ปีกที่เรียกว่า หมัดแมว ไม่ได้ร้องขออะไรมากมายเพื่อชีวิตของมัน มันเรียกร้องเพียงไม่กี่สิ่งที่เป็นสิ่งปกติที่ทุกสิ่งมีชีวิตต้องการ สถานที่ที่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบาย มีอาหารที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสืบพันธุ์ ซึ่งร่างกายของเจ้าเหมียวของเราตอบโจทย์ทุกอย่างของมันได้เป็นอย่างดี ทั้งมีความอบอุ่น มีความชื้นที่เหมาะสม และมีขนหนาให้หลบซ่อนตัว

การอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตอาจเพียงพอแล้วต่อการมีชีวิตของเจ้าหมัดตัวร้าย แต่มันกลับทำให้เกิดอาการคันแบบไม่มีที่สิ้นสุดต่อผู้ที่เป็นแหล่งให้มันอยู่อาศัย โดยเฉพาะแมวที่สามารถแพ้น้ำลายของหมัดเหล่านี้เมื่อถูกพวกมันกัด

คุณหมอวิลเลียม มิลเลอร์ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับผิวหนังจากมหาวิทยาลัยคอแนล ได้อธิบายเกี่ยวกับภาวะภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นว่า เป็นภาวะการตอบสนองที่มากกว่าปกติต่อสิ่งที่มากระตุ้น ซึ่งการตอบสนองที่มากเกินไปนี้สามารถปรากฏให้เห็นได้บนผิวหนังของสัตว์ โดยแมวทุกตัวจะได้รับผลกระทบบ้างจากการถูกหมัดกัด แต่ในรายที่เป็นภูมิแพ้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงแม้โดนหมัดกัดเพียงไม่กี่ตัว

ภาวะภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นเป็นการตอบสนองที่ผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแมวต่อสิ่งแปลกปลอมที่ไม่เป็นอันตรายที่เข้ามาสู่ร่างกาย โดยเราจะเรียกสิ่งแปลกปลอมว่าสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันจะปล่อยสารเคมีชื่อว่า ฮิสตามีน ออกมาต่อต้านสารก่อภูมิแพ้เหล่านั้น อาการคันที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะหนึ่งที่บ่งบอกว่าแมวของคุณมีภาวะแพ้น้ำลายหมัดที่ทำให้เกิดการปะทุตุ่มน้ำเล็กๆบนผิว

แมวมักจะถูกหมัดกัดบริเวณหลังคอ และบริเวณโคนหางซึ่งเป็นตำแหน่งที่แมวมักเลียทำความสะอาดตัวเองไม่ได้ อย่างที่ทราบกันดีว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีเล็บที่คม เมื่อแมวเริ่มเกาในบริเวณที่คันจึงทำให้เกิดรอยโรคของผิวหนังที่รุนแรงได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามแมวที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบจากภาวะแพ้น้ำลายหมัดมีจะแสดงอาการผิดปกติที่ผิวหนัง อาทิ เป็นผื่นแดง หรือเป็นคราบสะเก็ดตามตัว ถึงแม้ว่าในบางบริเวณที่แมวไม่สามารถเกาได้ถึงก็สามารถเกิดรอยโรคพวกนี้ได้ ทั้งบริเวณหลังส่วนล่าง ต้นขา ท้อง หัว และคอ ซึ่งอาการคันอย่างรุนแรงไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่น่ากังวล แต่การเกาในบริเวณที่คันจนเกิดแผลสามารถโน้มนำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

การสังเกตว่าแมวของคุณมีหมัดหรือไม่ ทำได้ง่ายมากเนื่องจากหมัดสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และหมัดมักอาศัยอยู่รวมกันบริเวณท้อง หลัง หรือโคนหาง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้โดยให้แมวยืนบนกระดาษหรืออะไรก็ได้ที่เป็นสีขาว แล้วให้ลองเอาแปรงมาแปรงขนในบริเวณที่กล่าวมา ถ้าหากแมวของคุณมีหมัด มันจะตกลงมาเห็นเป็นจุดดำๆที่สามารถเคลื่อนที่ได้ พร้อมกับขี้ของมัน

อย่างไรก็ตามการรักษาอาการแพ้น้ำลายหมัดมักเป็นการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นโดยสัตวแพทย์จะไม่ได้มีสูตรการรักษาที่ตายตัว ซึ่งยาที่ใช้ก็มักจะเป็นยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เพื่อกดภูมิคุ้มกันและบรรเทาอาการแพ้ เป็นต้น แต่วิธีที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เองคือการป้องกันหมัดโดยใช้ยากำจัดและป้องกันเห็บหมัดเป็นประจำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์นั่นเอง

ที่มา: https://www.vet.cornell.edu/departments-centers-and-institutes/cornell-feline-health-center/health-information/feline-health-topics/flea-allergy