8 ปัญหาเรื่องหูที่พบได้บ่อยในแมว

8 ปัญหาเรื่องหูที่พบได้บ่อยในแมว

โดย สัตวแพทย์ Jennifer Coates

แมวมีไม่กี่วิธีที่จะแสดงให้เราเห็นว่าหูของมันกำลังรบกวนพวกมันอยู่ อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือการเกาและสั่นหัว ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุโดยแต่ละโรคก็มีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งเรามีเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการแยกแยะปัญหาเรื่องหูและให้ข้อมูลที่คุณต้องการเพื่อใช้ในการรักษาได้

ไรในหู

ไรในหูเป็นปรสิตตัวเล็กที่ชอบอาศัยอยู่รอบๆและในหู มันสามารถติดต่อระหว่างแมวได้ง่ายโดยเฉพาะในลูกแมว ไรในหูจะทำให้แมวมีอาการสั่นหัวและเริ่มเกาบริเวณหู หัว และคอ การจะระบุว่าแมวของคุณมีไรในหูทำได้โดยการตรวจดูว่ามีสิ่งที่คล้ายๆกากกาแฟหรือไม่ โดยการเอาก้อนเหล่านั้นมาว่างบนพื้นหลังที่ดำ ไรใรหูตอนมีชีวิตจะคล้ายๆจุดขาวๆขนาดหัวเข็มหมุดเคลื่อนที่ได้ (สามารถใช้แว่นขยายช่วยดูได้หากคุณมี) สัตวแพทย์จะยืนยันการวินิจฉัยของคุณโดยการนำก้อนเหล่านั้นไปดูในกล้องจุลทรรศน์ อย่างไรก็ตามไรในหูในมีวธีการรักษาเพียงแค่คุณปฎิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด แต่สัตวแพทย์ยังสามารถช่วยล้างหูของแมวและจ่ายยาที่ช่วยในการกำจัดไรในหูได้เช่นกัน หากจะกำจัดไรในหูให้หมดไปจากบ้านของคุณต้องมั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงทุกตัวในบ้านนั้นได้รับการรักษาเรียบร้อย

การติดเชื้อในหูชั้นนอก

การติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา(ยีสต์) ในหูชั้นนอกนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกับการติดไรในหู โดยจะมีอาการเหมือนๆกัน เช่น เกาและสั่นหัว แต่ถ้าหากคุณมองเข้าไปใกล้ๆที่หูคุณจะเห็นถึงความแตกต่าง การติเชื้อที่หูมักทำให้เกิดอาการบวม แดง มากกว่าการติดไรในหู และสิ่งที่ออกมาจากหู ที่ติดเชื้อมักจะมีกลิ่นเหม็น การรักษาที่เหมาะสม โดยสัตวพทย์จะเริ่มจากการทำการตรวจสอบสิ่งที่เก็บมาจากหูด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อที่จะระบุว่าเป็นยีสต์หรือแบคทีเรียรวมถึงเป็นแบคทีเรียชนิดไหน จากนั้นคุณหมอจะทำความสะอาดหูและมองเขาไปดูภายในหูเพื่อดูว่ามีการเสียหายมากแค่ไหนเพื่อที่จะจ่ายยาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจประกอบไปด้วย น้ำยาทำความสะอาดหู ยารักษาแบบภายนอก ยากิน ยาแก้ปวด และยาลดการอักเสบซึ่งแต่ละเคสจะได้ต่างกัน

 

 

การติดเชื้อที่หูชั้นกลางและชั้นใน

ในบางครั้งหูชั้นกลางและชั้นในสามารถติดเชื้อได้ อาจมาจากการที่หูชั้นนอกติดเชื้อแล้วลามมาถึงชั้นในหรืออาจมาจากการที่แบคทีเรียแพร่มาทาวกระแสเลือดหรือท่อยูสเตเชียน(ท่อที่เชื่อมระหว่างหูชั้นกลางและด้านหลังของจมูก) อาการของการติดเชื้อหูชั้นกลางและในจะหลากหลายมากขึ้นอยู่กับว่ามีส่วนไหนบ้างที่ติดเชื้อหรือข้างใดบ้างที่ติดเชื้อ เจ้าของสามารถพบอาการสั่นหัว เกาหู หัวเอียง ไม่อยากอาหาร ตาย ส่วนหนึ่งของใบหน้ายาน ตาหยี่ หนังตาที่สามออกมาให้เห็น รูม่านตาขนาดไม่เท่ากัน การเคลื่อนที่ของตาผิดปกติ เดินและได้ยินอย่างลำบาก สัตวแพทย์จะวินิจฉัยโดยการนำเอาอาการต่างๆมาประกอบการวินิจฉัย ร่วมกับการตรวจร่างกาย (รวมถึงการตรวจหูด้วย) และ ทำ X-rays, CT scans หรือ MRIs ในบริเวณที่ติดเชื้อ การรักษาอาจะต้องให้ยาปฏิชีวนะในระยะยาว ยาภายนอก หรือรับการผ่าตัด

ติ่งบริเวณหู

ติ่งบริเวณจมูกและคอหอยมักเจริญเติมโตภายในหูชั้นกลางและท่อยู่สเตเชียน ซึ่งสามารถทำให้หูชั้นกลางติดเชื้อได้รวมไปถึงเกิดการหายใจเสียงดังและมีสิ่งคัดหลั่งไหลออกมาทางจมูก ในการวินิจฉัยติ่งเนื้อนั้นสัตวแพทย์จะทำการวางยาสลบแมวของคุณในระหว่างการตรวจหูและบริเวณจมูกจนถึงคอหอย (บริเวณที่อยู่เหนือเพาดานอ่อนภายในปาก) และทำการ X-rays การผ่าตัดเอาติ่งเนื้อออกสามารถช่วยใดตราบก็ตามที่สารถตัดออไปได้หมดก็จะไม่กลับมาเกิดซ้ำอีก

โรคเรื้อน

เรื้อนบางชนิดเช่น  Notoedres cati ชอบอาศัยอยู่บนผิวหนังบริเวณหัวและหูของแมว นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดอาการคันจนเป็นอันตรายกับตัวมันเอง ผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้ออาจหนาตัวขึ้น มีสะเก็ด และถูกปกคลุมด้วยคราบ แมวบางตัวอาจะเกิดอาการในระบบอื่นและอาจตายได้ ในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสัตวแพทย์จะทำการตรวจสอบโดยการขูดเอาผวหนังมาตรวจภายใต้กล้องจุลทรรศน์เพื่อระบุว่าเป็นชนิดไหน จากนั้นก็จะจ่ายยาตามที่เหมาะสม

วัตถุแปลกปลอม

แมวที่ชอบออกไปเล่นนอกบ้านบางครั้งอาจะมีเศษหญ้าหรือวัตถุแปลกปลอมอื่นๆเข้าไปในหูได้ แมวที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหูมักแสดงอาการสั่นหัวและใช้เท้าเขี่ยบริเวณหู หากคุณลองมองลงไปในหูแมวคุณสามารถเห็นได้ว่ามีเศษหญ้าหรือสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ควรจะอยู่ในหูของแมวติดอยู่ก็ได้ คุณสามารถค่อยเอาสิ่งเหล่านั้นออกด้วยนิ้วของคุณหรือที่คีบ อย่างไรก็ตามหากคุณไม่สะดวกที่จะเอาออกเองหรือติดปัญหาในการเอาออกให้พาไปพบสัตวแพทย์ในทันที สัตวแพทย์สามารถทำให้แมวของคุณสงบแล้วค่อยเอาสิ่งแปลกปลอมออกจากนั้นจะทำการตรวจสอบว่าหูได้รับความเสียหายไปมากแค่ไหนและทำการจ่ายยาตามเหมาะสม

การข่วนและกัด

แมวที่ชอบออกไปข้างนอกหรืออาศัยอยู่ร่วมกับแมวหลายตัวมักมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บที่หูได้ การกัดและข่วนบางครั้งมักพรุ่งตรงไปบริเวณหูและอาจทะให้เกิดแผลฉีกขาด แผลหลุม หรือบาดแผลประเภทอื่นได้ซึ่งอาจเกิดการติดเชื้อตามมา คุณสามารถช่วยได้โดยการทำความสะอาดบริเวณที่เกิดแผลด้วย Povidone-iodine หรือ น้ำยาฆ่าเชื้อ chlorhexidine แต่หากแผลมีความบลึกมากหรือรักษาที่บ้านไม่หายควรพามาพบสัตวแพทย์

อาการแพ้

แมวที่มีอาการแพ้โดยเฉพาะแพ้อาหารมักมีอาการคันบริเวณหัวและหู ซึ่งถ้าแมวของคุณเกาบริเวณนี้และไม่สามารถหาสาเหตุอื่นได้ อาการแพ้อาจะเป็นสาเหตุของอาการคันตรงบริเวณนั้น การเปลี่ยนมากินอาหารจำพวกที่มีส่วนประกอบน้อยและไม่ให้ของกินอย่างอื่นอาจช่วยให้คุณตรวจสอบได้ว่าแมวของคุณแพ้อาหารหรือไม่ อย่างไรก็ตามอาหารสำหรับแมวที่แพ้นั้นมีขายที่สัตวแพทย์เท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีโรคแลปัญหาอื่นๆที่มีผลกระทบต่อหูของแมวได้ เช่น การอักเสบที่ผิดปกติ ภาวะระบบภูมิคุ้มกัน และเนื้องอก เป็นต้น หากคุณมีความกังวัลในสุขภาพของแมวให้รีบนำไปปรึกษาสัตวแพทย์ในทันที