วิธีสังเกตว่าสุนัขของคุณมีอาการแพ้อาหารหรือไม่

วิธีสังเกตว่าสุนัขของคุณมีอาการแพ้อาหารหรือไม่

            เช่นเดียวกับในคนสุนัขก็สามารถมีอาการภูมแพ้อาหารเกิดขึ้นได้ อีกทั้งอาการก็มีความคล้ายคลึงกันคือจะแสดงอาการคันและระคายเคือง โดยอาการภูมิแพ้อาหารสามารถเกิดได้ทุกช่วงอายุของสุนัข ซึ่งส่วนมากมักเกิดขึ้นเมื่อสุนัขได้รับอาหารชนิดเดิมติดต่อกันเป็นเวลานาน

อาการในสุนัข

  • คันที่ผิวหนัง: อาการคันมักจะมีความคล้ายโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ในสุนัข ซึ่งอาการคันจะเกิดได้ในทุกบริเวณของร่างกาย แต่บริเวณที่มักพบว่ามีอาการคันมากเป็นพิเศษ ได้แก่ หู อุ้งเท้า ส่วนท้ายของลำตัว และท้อง
  • ผื่นแดง: เมื่อสุนัขแสดงอาการคัน มักจะปรากฏผื่นตามขึ้นมาภายใน 6- 24 ชั่วโมงหลังจากที่กินอาหารที่แพ้เข้าไป ยิ่งในสุนัขที่มีขนสั้นก็จะยิ่งสังเกตได้ง่ายกว่าสุนัขขนยาว การเกิดผื่นแดงร่วมกับการมีอาการคันตามร่างกายจะทำให้เกิดผลเสียตามมาคือ ยิ่งสุนัขเกา กัดแทะ เลียบริเวณที่คันมากๆ จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นอ่อนแอและส่งผลให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย และการเกาก็ยิ่งทำให้เกิดขนร่วงตามมาด้วย
  • ปัญหาในช่องท้อง: อาการแพ้อาจส่งผลให้มีความผิดปกติในทางเดินอาหาร อาทิ มีแก็สสะสม อาเจียน หรือท้องเสียได้
  • หน้าบวม: อาจเป็นอาการที่พบได้ในสุนัขบางตัว เนื่องจากมีอาการบวมที่บริเวณริมฝีปาก หนังตา และใบหู

อาหารที่มักทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้

ได้แก่ เนื้อไก่ เนื้อวัว ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ธัญพืชต่างๆ อาทิ ข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวเจ้า ข้าวบาเล่ ข้าวโอ๊ต เป็นต้น

การรักษา

            การรักษาสามารถทำได้ด้วยวิธีง่ายๆคือการเปลี่ยนอาหารที่แพ้เป็นอาหารชนิดอื่น ซึ่งเมื่อเปลี่ยนอาหารแล้วอาการต่างๆจะดีขึ้นตามลำดับในเวลาต่อมา

การทดสอบสารที่ก่อภูมิแพ้

            การทดสอบนี้จะคล้ายกับการทดสอบในคน อย่างไรก็ตามการทดสอบแบบนี้เป็นวิธีการที่ต้องใช้ทั้งเวลาและเงิน ส่วนใหญ่แล้วสัตวแพทย์มักจะแนะนำให้ลองเปลี่ยนอาหารที่ทานอยู่เป็นอาหารชนิดอื่นเพื่อวินิจฉัยว่าสุนัขเป็นโรคภูมิแพ้อาหารจริงก่อนที่จะมีการทดสอบว่าสุนัขแพ้อาหารชนิดไหนบ้างในลำดับต่อไป

การเปลี่ยนอาหาร

            การเปลี่ยนอาหารถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาภาวะภูมิแพ้อาหาร อย่างไรก็ตามคุณควรทำภายใต้คำแนะนำของสัตวแพทย์เพื่อที่จะให้สุนัขได้กินอาหารที่เหมาะสม การทดลองเปลี่ยนอาหารมักใช้เวลาประมาณ 8-12 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย ส่วนใหญ่อาหารที่แนะนำให้ใช้ในการทดลองมักเป็นอาหารที่ทำมาจากปลา และผักที่ไม่ให้โปรตีนเนื่องจากเป็นอาหารที่สามารถย่อยได้ง่ายและไม่ค่อยก่อให้เกิดภูมิแพ้

            สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการเปลี่ยนอาหารคือความร่วมมือของตัวเจ้าของเอง เนื่องจากการที่จะวินิจฉัยได้สำเร็จจะต้องให้สุนัขทานอาหารที่กำหนดเพียงอย่างเดียว ห้ามให้กินอาหารหรือขนมชนิดอื่นระหว่างการทดลองเด็ดขาด ดังนั้น ถ้าเจ้าของให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี การวินิจฉัยและการรักษาก็จะมีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพแน่นอนค่ะ

ยาที่ใช้รักษา

            สัตวแพทย์มักให้ยาแก้แพ้ หรือยาทาผิวหนังที่ช่วยลดอาการคัน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดจากการเกา หรือกัดแทะผิวหนังที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นค่ะ

เครดิต: https://pets.webmd.com/dogs/dog-food-allergy#1