โภชนาการเพื่อขนสุขภาพดีในสุนัข

โภชนาการเพื่อขนสุขภาพดีในสุนัข

สุนัขถือเป็นสัตว์ที่มีความน่ารักอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเค้ามีผิวหนังขนที่ดูสุขภาพดี เงางามแต่น้องหมาบางตัวอาจมีปัญหาขนร่วงเนื่องจากมีอาการคัน ผิวหนังเป็นสะเก็ด หรือขนแห้งฟูซึ่งเป็นปัญหาที่แสดงว่าเด็กๆน่าจะมีความผิดปกติ และทำให้เจ้าของทุกข์ใจเป็นอย่างมาก บทความนี้จะมาเสนอวิธีฟื้นฟูให้ขนและผิวหนังของพวกเค้ากลับมามีสุขภาพดี เป็นมันเงาเหมือนเดิม

กรดไขมันที่มีประโยชน์ : กุญแจสู่ขนสุขภาพดี

            ไขมันที่ดีจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำหน้าที่ช่วยให้ขนของสุนัขดูทีสุขภาพดี การที่สุนัขบางตัวมีขนที่แห้งเสีย หลุดร่วงง่ายมีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหาร ซึ่งในปัจจุบันที่มีการผลิตอาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขออกมานั้นเป็นเรื่องยากมากที่จะเกิดภาวะขาดสารอาหารในสุนัขได้ เนื่องจากในอาหารเหล่านั้นจะมีการเสริมกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยบำรุงผิวหนังและขนให้แก่สุนัขอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่สุนัขได้รับอาหารคุณภาพไม่ดี หรืออาหารที่ทำเองที่บ้าน ยกตัวอย่าง สุนัขที่ได้กินแต่ไก่กับข้าว ก็อาจเกิดปัญหาขาดสารอหารขึ้นมาได้ หรือกรณีที่สุนัขได้รับอาหารที่มีไขมันต่ำก็มีความเสี่ยงเช่นกันเนื่องจากอาหารเหล่านั้นจะทำให้ขาดกรดไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งจะทำให้ขนของสุนัขแห้งเสีย และหลุดร่วงง่าย ยิ่งในกรณีที่ได้รับอาหารไขมันต่ำตั้งแต่เด็กนอกจากจะทำให้ขนไม่สวยแล้ว จะทำให้ผิวหนังไม่ค่อยแข็งแรงและเสี่ยงติดเชื้อโรคได้ง่ายอีกด้วย

โอเมก้า 6 มีส่วยช่วยให้ขนสุนัขมีสุขภาพดี

ส่วนมากแล้วอาหารสุนัขในปัจจุบันมักมีโอเมก้า 6 ที่สามารถช่วยบำรุงให้ขนมีความเงางาม และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิวอยู่แล้ว ซึ่งแหล่งของโอเมก้า 6 คือน้ำมันจากพืชโดยสามารถซื้อหาได้ง่ายในร้านขายของเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทั่วไป สำหรับสุนัขพันธุ์เล็กควรให้กิน 1 ช้อนชาต่อมื้ออาหาร และสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่ให้กิน 1 ช้อนโต๊ะต่อมื้ออาหาร อย่างไรก็ตามก่อนจะให้สุนัชกินเจ้าของควรเช็คให้มั่นใจว่าน้ำมันบำรุงขนเหล่านั้นไม่มีกลิ่นหืนเนื่องจากการเก็บมาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้

โอเมก้า 3 ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ขนเงางาม

            โอเมก้า 3 มีส่วนช่วยอย่างมากในการรักษาปัญหาโรคผิวหนัง เนื่องจากมันมีความสามารถในการลดอักเสบเป็นอย่างดี สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จึงมักใช้อาหารเสริมที่มีโอเมก้า 3 ในกรณีที่สุนัขมีภาวะภูมิแพ้หรือผิวหนังอักเสบนั่นเอง แหล่งของโอเมก้า 3 ได้มาจากน้ำมันเมล็ด flaxseed และน้ำมันปลา อาหารเสริมที่มีโอเมก้า 3 มักมีในรูปแบบทั้งเม็ด และน้ำมัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้เจ้าของใช้ในรูปแบบน้ำมันมากกว่าเนื่องจากสามารถปรับปริมาณในการกินได้ง่ายกว่า แต่ข้อดีของแบบเม็ดก็คือสามารถป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นหืนได้ดีกว่านั่นเอง อย่างไรก็ตามไม่ควรให้ในปริมาณที่มากเกินกำหนดเนื่องจากอาจทำให้เกิดการรบกวนกระเพาะอาหารและเกิดการอาเจียนได้ การให้กินโอเมก้า 3 มักเห็นผลใน 6 สัปดาห์หลังจากให้กินอย่างต่อเนื่อง

            ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากมาย หลากหลายรูปแบบให้เจ้าของเลือกใช้ตามความพึงพอใจและมีอาหารสำเร็จรูปที่ผลิตออกมาเพื่อดูแลเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพผิวหนังและเส้นขนในสัตว์โดยเฉพาะ แต่เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นการบำรุงจากอาหาร สิ่งหนึ่งที่เราอยากให้เจ้าของเข้าใจคือไม่มีสิ่งไหนที่สามารถเห็นผลได้เพียงชั่วข้ามคืน การบำรุงมักต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอในการกินอย่างต่อเนื่องนะคะ

           

 

เครดิต: https://pets.webmd.com/dogs/guide/dog-nutrition-for-a-healthy-coat#1